BanHmong
Close

บ้านม้งยินดีต้อนรับ

 

Top Panel






Who's Online

We have 19 guests online
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday45
mod_vvisit_counterYesterday81
mod_vvisit_counterThis week214
mod_vvisit_counterThis month944
mod_vvisit_counterAll39083
PDF Print E-mail
Written by Administrator   


 BanHmong.com  

     เกิดขึ้นได้ โดยความคิดที่อยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ดังนั้นจึงปรึกษากับเพื่อนกับว่า เรา(ม้ง) ในสังคมว่าเมื่อเราศึกษาจบแล้วจะนำความรู้ที่มีอยู่(มีน้อยมาก)
ไปช่วยหรือแนะนำรุ่นน้องได้อย่างไรโดยที่ให้คนรุ่นหลังได้มีการศึกษาที่ดีขึ้นหรือดีกว่าเก่าดี่กว่าที่เป็นอยู่(แนวความคิด)

     ดังนั้้นเว็บไซต์บ้านม้งจึงเป็นก้าวแรกของการนำเสนอสิ่งดีๆและประชาสัมพันธ์เรื่องราวต่างๆของม้ง
สู่โลกอินเทอร์เน็ตเพื่อให้คนรุ่นหลัง(น้อง)ได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งต่างๆได้มากขึ้นจากเว็บของเรา....(สู้ๆ)

   ความคัดหวังของเรา...บ้านม้งหวังว่าเว็บของเราคงมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย
สำหรับคนที่แวะของมาเยียมชมเราและสิ่งสุดท้าย เราหวังว่า บ้านม้งของเราจะเป็นทางที่พวกเราได้มาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์...ครับ.

      --------------------------------------------------------------------------------

 

 

    Welcome all to be one of Banhmong team. We will try our best to make
this web site to be the central of universe of the hmong. And also, this web site will be the
" hmong community online" we will grow together to be a big family.

--------------------------------------------------------------------------------

 ประวัติและความเป็นมา (History of the Hmong people)
  ยังไม่มีผู้ใดสามารถสรุปได้ว่าชนชาติม้งมาจากที่ไหน แต่สันนิษฐานกันว่าม้งคงจะอพยพมาจากที่ราบสูงธิเบต ไซบีเรีย และมองโกเลีย เข้าสู่ประเทศจีน และตั้งหลักแหล่งอยู่แถบลุ่มแม่น้ำเหลือง (แม่น้ำฮวงโห) เมื่อราว 3,000 ปีมาแล้ว ซึ่งชาวเขาเผ่าม้งจะตั้งถิ่นฐานอยู่ในมณฑลไกวเจา ฮุนหนำ กวางสี และมณฑลยูนาน ม้งอาศัยอยู่ในประเทศจีนมาหลายศตรรษ จนกระทั่ง ประมาณคริสตศตวรรษที่ 17 ราชวงค์แมนจู (เหม็ง) มีอำนาจในประเทศจีน กษัตริย์จีนในราชวงค์เหม็งได้เปลี่ยนนโยบายเป็นการปราบปราม เพราะเห็นว่าม้งที่เป็นผู้ชายส่วนใหญ่แล้วรูปร่างหน้าตาคล้ายกับคนรัสเซีย ทำให้คนจีนคิดว่า ม้งเป็นคนรัสเซีย จึงเป็นเหตุให้มีการปราบปรามม้งเกิดขึ้น โดยให้ชาวม้งยอมจำนน และยอมรับวัฒนธรรมของจีน และอีกประการหนึ่งคือเห็นว่า ม้งเป็นพวกอนารยชนแห่งขุนเขา (คนป่าเถื่อน) จึงได้มีการต่อสู้กันอย่างรุนแรงในหลายแห่ง เช่น ในเมืองพังหยุนในปี พ.ศ.2009 และการต่อสู้ในมณฑลไกวเจาในระหว่าง พ.ศ. 2276 - 2278 และการต่อสู้ในมณฑลเสฉวนในระหว่าง พ.ศ. 2306 – 2318
      ในที่สุด ชาวม้งประสบกับความพ่ายแพ้ สูญเสียพลรบ และประชากรเป็นจำนวนมาก ในที่สุดม้งก็เริ่มอพยพถอยร่นสู่ ทางใต้ และกระจายเป็น
กลุ่มย่อย ๆ กลับขึ้นอยู่บนที่สูงป่าเขาในแคว้นสิบสองจุไทย สิบสองปันนา และอีกกลุ่มได้อพยพไปตามทิศตะวันออกเฉียงเหนือของราชอาณาจักรลาว
บริเวณทุ่งไหหินเดียนเบียนฟู โดยมีหัวหน้าม้งคนหนึ่ง คือ นายพลวังปอ ได้ราบรวมม้ง และอพยพเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อประมาณ พ.ศ. 2400 เศษ เป็นต้นมา
      ปัจจุบันชาวม้งส่วนใหญ่ในประเทศไทย ตั้งถิ่นฐานอยู่ตามภูเขาสูง หรือที่ราบเชิงเขาในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำปาง กำแพงเพชร เลย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และตาก มีจำนวนประชากรทั้งสิ้นประมาณ 151,080 คน
 
  

 ที่มา : hilltribe.org

 

 

BanHmong 2008 Copyright by Ban Hmong In Thailand.